Single

โฮเซ่ เปเกร์มัน เทรนเนอร์ทีมชาติโคลอมเบีย ผลงานล่าสุดเพิ่งอุ่นเครื่องแค่นัดเดียวเสมออียิปต์ 0-0 โดยเกมนี้ไม่มีปัญหาในการจัดทัพ แค่รอเช็คความฟิตของ ฮาเมส โรดริเกซ ว่าพร้อมลงเล่นเป็นตัวจริงหรือไม่ ท้าดวล ทีมชาติญี่ปุ่น ของนายใหญ่ อากิระ นิชิโนะ ที่พาทีมโชว์ผลงานยังไม่เข้าตา มี ชินจิ คางาวะ ที่โชว์ฟอร์มสดพร้อมกลับมายึดตัวจริง ในศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย 2018 คืนวันอังคารที่ 19 มิ.ย. นี้ (เวลา : 19.00)

ปรีวิวฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย 2018
วันอังคารที่ 19 มิถุนายน 2561
กลุ่ม : เอช
โคลอมเบีย – ญี่ปุ่น
ถ่ายทอดสดเวลา : (เวลา : 19.00) : True Sport HD3,True4U

สนาม : มอร์โดเวีย อารีน่า, ซารานส์ค, ประเทศรัสเซีย (สนามกลาง)

โฮเซ่ เปเกร์มัน เทรนเนอร์ทีมชาติโคลอมเบีย ตั้งความหวังพาทีม โลส กาเฟเตโรส สร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบลึกสุดในบอลโลกหนนี้ โคลอมเบียเพิ่งอุ่นเครื่องแค่นัดเดียวเท่านั้นก่อนทัวร์นาเมนต์ คือเสมอ อียิปต์ ไป 0-0 แม้จะเป็นฝ่ายครองเกมบุกเข้าใส่มากกว่าเยอะก็ตาม

ราดาเมล ฟัลเกา ดาวยิงกัปตันทีม เป็นตัวทีเด็ดในการทำประตู หลังจาก “เอล ติเกร” เจ็บจนชวดทัวร์นาเมนต์เมื่อ 4 ปีก่อนทว่าน่ากังวลตรงที่ วิลมาร์ บาร์ริออส และ ฮาเมส โรดริเกซ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งเจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมจากบอลโลกหนก่อน ยังมีอาการเจ็บกล้ามเนื้อเล็กน้อย ต้องเช็กความฟิต แต่คาดว่าน่าจะลงสนามได้โดยเฉพาะรายของ ฮาเมส โดยมี ฮวน กินเตโร่ ลงแทนหากไม่ทันเกมนี้ตัวหลักจะได้ออกสตาร์ตทั้งหมด

นายทวารใช้ ดาวิด ออสปิน่า เฝ้าเสา เซนเตอร์ฮาล์ฟเป็นคู่พลังหนุ่ม ดาวินซอน ซานเชซ กับ เยร์รี่ มีน่า แดนกลาง การ์ลอส ซานเชซ และ อเบล อากีลาร์ คุมเกม ให้ ฮวน กวาดราโด้ กับ มาเตอุสอูริเบ้ ยืนริมเส้น ราดาเมล ฟัลเกา ยืนหอกเป้าโดยมี การ์ลอส บักก้า และ หลุยส์ มูเรียล รอโอกาสอยู่ข้างสนาม

อากิระ นิชิโนะ เทรนเนอร์ทีมชาติญี่ปุ่น พร้อมนำลูกทีมลุยบอลโลกหลังจากเข้ามาทำทีมแทน วาฮิด ฮาลิลฮ็อดซิช ที่โดนปลดหลังรอบคัดเลือกทัพซามูไรอุ่นเครื่องหลายนัด แต่มาทำได้ดีในนัดสุดท้าย เอาชนะ ปารากวัย ไป 4-2

เป็นเกมที่ ชินจิ คางาวะ กลับมาทำผลงานได้ดี ยิง 1 และแอสซิสต์ 2 ลูก ทำให้จะกลับมายึดตำแหน่งตัวจริงได้ก่อน เคสึเกะ ฮอนดะยูโตะ นางาโตโมะ แบ็กซ้ายมากประสบการณ์

ยืนยันว่า ญี่ปุ่นจะไม่เปลี่ยนแผนการเล่นไม่ว่า ฮาเมส โรดริเกซ ลงสนามได้เหรือไม่ ทำให้เชื่อว่า ทัพซามูไรจะลงสนามโดยมี 3 สตาร์แดนกลาง ตามสื่อในญี่ปุ่นคาดแน่นอน นั่นคือ งาคุชิบาซากิ, ทากาชิ อินูอิ และ โฮตารุ ยามางูจิปัญหาคือกองหน้าตัวเก่ง ชินจิ โอกาซากิ ไม่ได้ลงซ้อมกับทีมเลยตลอด 4-5 วันหลัง เพราะมีอาการเจ็บกล้ามเนื้อน่อง ต้องลุ้นสภาพร่างกายจนนาทีสุดท้าย โดยหากไม่พร้อมจะเป็น ยูยะ โอซาโกะ ได้ลงแทน

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

โคลอมเบีย (4-2-3-1) : ดาวิด ออสปิน่า -ซานติอาโก้ อารีอาส, ดาวินซอน ซานเชซ, เยร์รี่ มีน่า, ฟาริดดิอาซ – การ์ลอส ซานเชซ, อเบล อากีลาร์ – ฮวน กวาดราโด้, ฮาเมส โรดริเกซ (ฮวน กินเตโร่), มาเตอุส อูริเบ้ – ราดาเมล ฟัลเกา

เทรนเนอร์ : โฮเซ่ เปเกร์มัน

ญี่ปุ่น (4-2-3-1) : เอจิ คาวาชิมะ – ฮิโรกิซากาอิ, มายะ โยชิดะ, เก็น โชจิ, ยูโตะ นางาโตโมะ – งาคุชิบาซากิ, โฮตารุ ยามางูจิ – โยชิโนริ มูโตะ, ชินจิ คางาวะ,ทากาชิ อินูอิ – ชินจิ โอกาซากิ (ยูยะ โอซาโกะ)

เทรนเนอร์ : อากิระ นิชิโนะ

ผู้ตัดสิน : ดาเมียร์ สโคมีน่า (สโลวีเนีย)

ข้อมูลน่าสนใจก่อนเกม

– โคลอมเบีย ไม่เคยแพ้ ญี่ปุ่น ตลอดการเจอกันทั้ง 3 นัด (ชนะ 2 เสมอ 1) ยิงได้ 5 เสียประตูเดียวเท่านั้น

– โคลอมเบีย ไร้พ่ายตลอด 4 เกมหลังสุด (ชนะ 2 เสมอ 2) ตั้งแต่อุ่นแข้งแพ้ เกาหลีใต้ 1-2 เมื่อ 10 พ.ย. 2017

– นับเฉพาะเกมทางการ โคลอมเบีย ไม่ชนะใคร 4 เกมติดต่อกัน (เสมอ 3 แพ้ 1) ตั้งแต่บุกเชือด เอกวาดอร์ 2-0 เมื่อ 29 มี.ค. 2017

– 5 จาก 6 เกมบอลโลกหลังสุด (รวมรอบคัดเลือก) ของโคลอมเบีย มีการยิงประตูรวมต่ำกว่า 2.5 ประตู

– 3 เกมบอลโลกหลังสุด (รวมบรอบคัดเลือก) ของญี่ปุ่น มีการยิงประตูรวมต่ำกว่า 2.5 ประตู

– ญี่ปุ่น เพิ่งกลับมาคว้าชัยหนแรกรอบ 6 นัดในเกมล่าสุดที่อุ่นแข้งชนะ ปารากวัย 4-2 เมื่อ 12 มิ.ย. (เสมอ 1 แพ้ 4)