Single

สวีเดน ไม่หมู

เหตุผลทำไมสวีเดนไม่ใช่งานง่ายของอังกฤษ

เกือบจะไม่มาตามนัดเสียแล้วสำหรับทีมชาติอังกฤษ เมื่อถูกโคลอมเบียยื้อไปจนถึงการดวลจุดโทษ และเสียเปรียบไปก่อนเมื่อจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ยิงไปถูกเซฟดาวิด ออสปิน่า ก่อนที่มาเตอัส อูริเบ้ และ คาร์ลอส บัคก้า จะเป็นฝ่ายพลาดสองลูกติด จนสุดท้ายเอริค ดายเออร์ สังหารลูกสุดท้ายไม่พลาดพาสิงโตคำราม ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย และเป็นการชนะการดวลจุดโทษได้เป็นครั้งแรกในฟุตบอลโลก

อย่างที่ทุกคนทราบกันแล้วว่า คู่ต่อกรของอังกฤษในรอบต่อไปคือทีมชาติสวีเดน ที่เขี่ยสวิตเซอร์แลนด์ตกรอบในรอบ 16 ทีม ว่ากันแบบผิวเผินต้องเรียนว่านี่ไม่ใช่งานยากเกินนักของสิงโตคำราม แต่หากมองแบบเจาะลึกลงไปแล้ว บอกเลยว่าสวีเดน เนี่ยแหละอาจทำให้ทรี ไลออนส์น้ำตาตก ด้วยเหตุผลดังนี้

    1. ผ่านทีมแกร่งมาหมด

นับตั้งแต่รอบคัดเลือกพวกเขาเขี่ยฮอลแลนด์ ร่วงรอบคัดเลือก จนตัวเองได้เข้ารอบเพลย์ออฟ ซึ่งในรอบนี้ก็เจอของแข็งอย่างอิตาลี ซึ่งสองนัดที่พบกัน ทัพไวกิ้ง เป็นฝ่ายทำได้เหนือกว่า โดยเอาชนะในบ้านตัวเอง 1-0 และบุกไปยันเสมอ 0-0

และในรอบแบ่งกลุ่ม ที่ผ่านมา พวกเขาก็มีส่วนทำให้เยอรมนี ตกรอบแรกแบบเหนือความคาดหมาย แม้จะแพ้ต่ออินทรีเหล็ก แต่ก็มาโดนจากลูกฟรีคิกในช่วทดเวลาบาดเจ็บ สุดท้ายในรอบ 16 ทีม ก็อัดสวิตเซอร์แลนด์ ที่ดูจะเหนือกว่าพวกเขาเล็กๆมาได้

    2. เกมรับคือจุดแข็ง

จาก 4 เกมที่ผ่านมา สวีเดนเสียไปเพียง 2 ลูกเท่านั้นและเก็บคลีนชีตได้ถึง 3 เกม ซึ่งบ่งบอกว่า แนวรับของทัพไวกิ้งชุดนี้คือรากฐานแห่งชัยชนะ และแน่นอนว่าการที่อังกฤษจะมาเจาะประตูมันไม่ง่ายแน่นอน

   3. ไม่มีซลาตัน คือผลดี

การประกาศอำลาทีมชาติของซลาตัน อิบราฮิโมวิช อาจทำให้สวีเดน ดูลดประสิทธิภาพไป แต่จากผลงานรอบคัดเลือกจนถึงรอบสุดท้ายที่ไม่มีอดีตดาวยิงแมนฯยูไนเต็ด นอกจากจะไม่ส่งผลกระทบในวงกว้างกับทีมแล้ว กลับทำให้สวีเดน ดูเป็นทีมที่เล่นด้วยทีมเวิร์คที่มากขึ้นโดยไม่ต้องฝากภาระไปที่คนใดคนหนึ่ง

เมื่อจุดเด่นคือเกมรับ เกมรุกของเขาก็ลื่นไหล แต่จุดที่ต้องปรับปรุงคือการจบสกอร์ ที่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะใช้โอกาสเปลืองมากไปหน่อย

   4. ไม่กลัวลูกเซตพีซของอังกฤษ

แม้จุดเด่นของอังกฤษในชุดนี้คือการเล่นลูกเซต พีซ ที่หวังผลได้ ไม่ว่าจะลูกเตะมุมหรือลูกฟรีคิก แต่แนวรับของสวีเดนชุดนี้ก็ไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด จากสถิติ 4 เกมที่ผ่านของทัพไวกิ้ง พวกเขาเสียลูกเตะมุมให้คู่แข่งถึง 31 ครั้ง แต่กลับไม่เสียประตูจากลูกเตะมุมเลยสักลูก โดยต้องให้เครดิตกับคู่เซ็นเตอร์อย่าง วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ, อันเดรียส กรานควิสต์ รวมถึงการตามประกบที่ดีจากผู้เล่นคนอื่นๆ

ในทางกลับกันพวกเขาก็สามารถโจมตีคู่แข่งได้จากลูกกลางอากาศได้เช่นกัน ยิ่งในเกมล่าสุดที่อังกฤษเสียประตูให้กับโคลอมเบียจากลูกเตะมุม ก็อาจเป็นจุดที่ทำให้สวีเดนโจมตีในจุดนี้ได้

    5. สถิติการพบกัน สวีเดนข่ม

การพบกันล่าสุดในเกมกระชับมิตรเมื่อปี 2012 จบลงด้วยชัยชนะของสวีเดน 4-2 จากการเหมาคนเดียว 4 ประตูของซลาตัน อิบราฮิโมวิช แต่ก่อนหน้านั้นสองเกม อังกฤษเป็นฝ่ายเอาชนะได้ 2 นัด

อย่างไรก็ดี หากย้อนกลับไปอีก อังกฤษเคยไม่ชนะสวีเดนติดต่อกันนานที่สุดถึง 12 เกม ในช่วงระหว่างปี 1979-2006 รวมเบ็ดเสร็จก็กินเวลากว่า 27 ปี ก่อนที่สิงโตคำรามจะมาเปิดซิงได้ในเกมกระชับมิตร ปี 2011 จากประตูชัยของแกเร็ธ แบร์รี่ และมาย้ำชัยชนะได้อีกครั้ง ในยูโร 2012 ก่อนในเกมล่าสุดจะจบลงด้วยผลที่บอกไปข้างต้น